วันที่ 16 มีนาคม 2562 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม บริษัท ขิงทองไทย จำกัด นายสมชาย สุรเวคิน ประธานสภาอุตสาหกรรม กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และ ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ลงนามแต่งตั้ง คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามมติ กกร.กลาง

นายสมชาย สุรเวคิน ประธานสภาอุตสาหกรรม กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 และ ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.) จังหวัดเพชรบูรณ์

สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย
คณะกรรมการร่วมสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยสมาคมธนาคารไทย เรียกย่อว่า กกร. ได้จัดตั้งขึ้นในปี 2520 โดยมติร่วมระหว่างสถาบันทั้ง 3 สถาบัน ซึ่งเป็นสถาบันหลักภาคเอกชนในการส่งเสริมการค้า การอุตสาหกรรม และการเงินของประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นศูนย์ร่วมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นเอกภาพของภาคธุรกิจเอกชน เกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาทางการค้าและเศรษฐกิจ และนำเสนอต่อคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) หรือเสนอต่อหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบเกี่ยวกับปัญหานั้นๆ โดยตรงเพื่อประกอบการพิจารณาในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ หรือกำหนดเป็นนโยบาย หรือมาตรการในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ

นับตั้งแต่ได้มีการรวมตัวกันของ 3 สถาบันภาคเอกชนเป็นคณะกรรมการร่วม (กกร.) ได้ทำหน้าที่เสนอ ข้อเท็จจริง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา การค้า การอุตสาหกรรมและการเงินของประเทศ เป็นลำดับตลอดมา

จากโครงสร้างการจัดตั้งและการดำเนินงานของแต่ละสถาบันซึ่งมีลักษณะเป็นแหล่งรวมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่ผ่านองค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณากลั่นกรองกันมาเป็นทอดๆ ตามลำดับ สายสัมพันธ์และสายการดำเนินงานสู่การพิจารณาของแต่ละสถาบันจนได้เป็นข้อยุติที่จะนำมา พิจารณาหาจุดยืนที่มีเอกภาพร่วมกันของคณะกรรมการร่วมฯ (กกร.) อีกครั้ง เป็นขั้นตอนลำดับท้าย สุดนั้น ปัญหาทุกปัญหาจะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงผลได้ผลเสียต่อระบบธุรกิจส่วนใหญ่และผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติเป็นหลัก จึงทำให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของภาคธุรกิจเอกชนมีความสำคัญและมีพลังพอเพียงที่จะได้รับการพิจารณาจากภาครัฐด้วยดี

ดังจะเห็นได้จากการที่ภาครัฐได้พิจารณาแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามแนวข้อเสนอแนะของ 3 สถาบันภาคเอกชนไปแล้วเป็นจำนวนมากมาย ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจของ ประเทศไทยในระยะเวลาที่ผ่านมามีอัตราความเจริญเติบโตสูงขึ้นเป็นลำดับอย่างรวดเร็ว

นอกจากจะได้ทำหน้าที่เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีเอกภาพและมีความสำคัญต่อ รัฐบาลแล้ว คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันยังมีการพิจารณาจุดยืนร่วมกัน ในประเด็นปัญหาต่างๆ ที่จะมีการหยิบยกขึ้นพิจารณาในการประชุมร่วมกับองค์การ หรือสถาบันทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ซึ่งมี ความจำเป็นต้องมีเอกภาพในหลักการและ เหตุผลรวมทั้งวิธีการในการเสนอความ คิดเห็นข้อเสนอหรือข้อต่อรองในการประชุมเจรจา เพื่อรักษาผลประโยชน์ของฝ่ายไทย ไว้ให้มากที่สุด

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการ ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดและอย่างจริงจังระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชนในการ พัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของ 3 สถาบัน จะทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าและ เพิ่มพูนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทยได้ตลอดไป

วัตถุประสงค์ และหน้าที่ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง
1.เพื่อให้เป็นแกนกลางประสานความร่วมมือกันระหว่างสถาบันทางเศรษฐกิจภาคเอกชนกับหน่วย งานต่างๆ ของภาครัฐบาลในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิ
2.เป็นศูนย์รวมการพิจารณาปัญหาทางธุรกิจทุกสาขา
3.เป็นตัวแทนภาคเอกชนในการเสนอข้อเท็จจริง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นเอกภาพในการ แก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาล
4.เป็นตัวแทนภาคเอกชนในการประชุมเจรจาปัญหาทางการค้าและเศรษฐกิจ และการร่วมมือกันทาง การค้าและเศรษฐกิจกับองค์การต่างประเทศทั้งในระดับประเทศและในระดับภูมิภาค

หน้าที่
1.ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาคเศรษฐกิจของรัฐบาล
2.ประสานงานระหว่างสถาบันภาคเอกชนเพื่อให้การดำเนินธุรกิจมีความสอดคล้องกับกฎระเบียบและ แนวนโยบายของรัฐบาล
3.พิจารณาข้อยุติปัญหาและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชนโดยคำนึงผลประโยชน์ส่วน รวมของประเทศเป็นสำคัญ และจัดทำเป็นข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหานั้นๆ ต่อภาครัฐบาล
4.แต่งตั้งผู้แทนเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาล และเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทาง เศรษฐกิจ (กรอ.) ในฐานะตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนรวมทั้งการเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมการอื่นๆ ของหน่วยงานราชการต่างๆ ความเหมาะสมและความจำเป็น
5.พิจารณาปัญหาและจุดยืนของภาคเอกชนไทยเพื่อการเข้าร่วมประชุมเจรจาปัญหาการค้าและ เศรษฐกิจกับองค์การต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนไทย
6.ให้ความร่วมมือกับภาครัฐบาลในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาการค้าและเศรษฐกิจของประเทศเมื่อ ได้รับการร้องขอตามความเหมาะสม

เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการดำเนินงานระหว่างภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับภาครัฐ ภายใต้โครงสร้างการขับเคลื่อนการบริหารงานเชิงพื้นที่ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ.2560 (Area-Function-Agenda) และการปรับเปลี่ยนจังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้สอดคล้องกับการแบ่งภาค 6 ภาค ให้มีกลไกลรองรับการทำงานของภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในระดับพื้นที่ในระดับ กกร.จังหวัด สามารถเชื่อมโยงการทำงานกับ กกร.กลุ่มจังหวัด/ส่วนกลาง อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และให้เกิดความร่วมมือของภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาเกษตรกร สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นต้น

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เมื่อวันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน 2561 ณ ห้องนภาลัย  โรงแรมดุสิตธานี ได้เห็นชอบให้จัดตั้ง กกร. ระดับจังหวัด โดยให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม 2562 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน จังหวัดเพชรบูรณ์ (กกร.จ.เพชรบูรณ์) ดังนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก :phetchabuncable

ร่วมแสดงความคิดเห็น